ตามรอยกงล้อธรรมพระตถาคต ที่วัดปฐมเจดีย์
โดย..ณ วงเดือน
วันนี้ ทางผู้เขียน บันทึกท่องเที่ยวในความทรงจำ ขอนำเรื่ององค์พระปฐมเจดีย์ ที่ จ.นครปฐม ซึ่งทางผู้เขียนได้มีโอกาศ ได้ไปกราบสักการะอยู่เนือง ๆ จึงได้หาข้อมูลความรู้ จากแหล่งต่้าง ๆ เพื่อมาบันทึกไว้เป็นความรู้ในบันทึกท่องเที่ยวของทางผู้เขียนเอง เพื่อไว้ประดับความรู้และรู้แหล่งที่มาความเป็นไปของสถานที่นั้น ๆ ของผู้เขียนเองที่ได้ไปมา
พระปฐมเจดีย์ หรือเดิมเรียกว่า พระธมเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม อีกทั้งยังเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร มีประวัติความเป็นมายาวนานในแผ่นดินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นสัญลักษณ์ของชาวจังหวัดนครปฐม มีฐานะเป็นมหาธาตุหลวง ด้วย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชวินิจฉัยว่า พระธมเจดีย์องค์นี้อาจเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเมื่อคราวที่พระสมณทูตในพระเจ้าอโศกมหาราช ได้เดินทางมาเผยแผ่ศาสนายังสุวรรณภูมิก็เป็นได้ นักปราชญ์ทางโบราณคดีเห็นพ้องกันว่า พระโสณเถระและพระอุตตรเถระ เป็นสมณทูตและมาตั้งหลักฐานประกาศหลักธรรมคำสอนที่นครปฐมป็นครั้งแรก ในพุทธศตวรรษที่ 3 เพราะพระเจดีย์เดิมมีลักษณะทรงโอคว่ำหรือทรงมะนาวผ่าซีกแบบเดียวกับพระสถูปสาญจี ที่รัฐมัธยมประเทศ อินเดีย
แต่ปรากฏว่ามียอดเป็นแบบปรางค์
ซึ่งพระองค์ฯ มีพระราชวินิจฉัยว่า อาจมีเจ้านายพระองค์ใดมาบูรณะไว้ก็เป็นได้
ซึ่งตรงกับความในศิลาจารึกหลักที่ 2 ( ศิลาจารึกวัดศรีชุม ) ของพระมหาเถรศรีสรัทธา อันได้กล่าวไว้ว่า พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ
ท่านทรงได้แวะมาบูรณะพระธมเจดีย์องค์นี้ ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับ เมืองราด
พระปฐมเจดีย์ มีลักษณะเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ
(ปากผาย) โครงสร้างทำจากไม้ซุง รัดด้วยโซ่ขนาดใหญ่ ก่ออิฐ ฉาบปูน
และปูประดับด้วยกระเบื้องสีเหลือง-แสด ชั้นล่างประกอบด้วยวิหารสี่ทิศ
พร้อมด้วยกำแพงแก้วสองชั้น
นอกจากองค์พระปฐมเจดีย์แล้ว
ในลานชั้นลดด้านทิศใต้องค์พระปฐมเจดีย์และพระอุโบสถมีพระประธานพระพุทธรูปศิลาขาว ซึ่งเป็นสองในสี่พระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท ปางแสดงธรรม
ที่สร้างขึ้นในยุคทวารวดี นอกจากนี้ยังมีพระร่วงโรจนฤทธิ์ มีชื่อเต็มก็คือ พระร่วงโรจนฤทธิ์
ศรีอินทราทิตย์ ธรรโมภาส มหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร มีขนาดความสูงวัดจากพระบาทถึงพระเกศราว
12 ศอก 4 นิ้ว
เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ศิลปะแบบสุโขทัย ประทับยืนอยู่บนฐาน
โลหะทองเหลืองลายบัวคว่ำบัวหงาย อีกทั้งบริเวณใต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์
ยังบรรจุพระราชสรีรางคารในรัชกาลที่ 6 ไว้ด้วย เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 4 ขณะผนวช ได้เสด็จธุดงค์มานมัสการ
ทรงเห็นเป็นเจดีย์ยอดปรางค์ สูง 42 วา
เมื่อทรงลาผนวชได้เสวยราชสมบัติแล้ว ในราว พ.ศ. 2396 ได้โปรดให้ก่อพระเจดีย์ใหม่ห่อหุ้มองค์เดิมไว้
สูง 120 เมตรใครที่มีโอกาศได้มา ควรมากราบนมัสการ พระร่วงโรจนฤทธิ์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน รวมถึง ศาลเจ้าพ่อปราสาททอง และ พระศิลาขาว ด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้คนนิยมทำเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เมื่อมาพระปฐมเจดีย์ นั่นก็คือ การเดินรอบพระอารามชั้นนอก หรือชั้นในก็ได้ให้ครบ 3 รอบ เพื่ออธิฐานจิตขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สมปรารถนาดั่งสิ่งที่หวังไว้ ซึ่งผู้เขียนเองก็ได้มีโอกาศมากราบไหว้หลายครั้งถือเป็นบุญบารมี
องค์พระปฐมเจดีย์นี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดให้ปฏิสังขรณ์จัดสร้างหอระฆัง และประดับกระเบื้องจนสำเร็จ เมื่อถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ปฏิสังขรณ์พระวิหารหลวง เขียนภาพพระเจดีย์องค์เดิมและภาพต่าง ๆ ไว้ที่ผนัง รื้อมุขวิหารด้านทิศเหนือ สร้างใหม่เพื่อประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชบูชนียบพิตร และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โปรดให้สร้างพระอุโบสถใหม่
ซึ่งภายในองค์พระเจดีย์ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นที่เคารพสักการบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ในทุกปี ทางวัดพระปฐมเจดีย์ จะมีการกำหนดจัดให้มีงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ขึ้นในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึงวันแรม 5
ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วัน 9
คืน เป็นประจำทุกปี ซึ่งใครมีโอกาศแวะเที่ยวชมสักกราะกราบไหว้กันได้ครับ เพื่อความเป็นสิริมงคลแต่ตัวเองและครอบครัว บันทึกท่องเที่ยวในความทรงจำ จึงขอนำ เรียบเรียงบทความเป็นมาขององค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อได้เป็นความรู้และทรงไว้ให้คงอยู่ต่อไป ของบันทึกผู้เขียนเองด้วย...
@@@@@@@@@@@


























